ข้อห้ามในการทานอาหารหลังการผ่าตัด

หลายคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการรักษาแผลหลังการผ่าตัด ทานอาหารชนิดไหนจะส่งผลต่อแผลทำให้แผลที่เป็นอยู่นั้นเกิดการอักเสบ บวม และเป็นรอยแผลเป็นนูน โดยส่วนมากมักห้ามรับประทานอาหารประเภท ไข่ เนื่องจากกลัวว่าเมื่อทานเข้าไปแล้วจะทำให้แผลเน่า เกิดเป็นรอยแผลเป็นที่นูนขึ้นมาหรือเรียกว่า แผลคีลอยด์ ซึ่งไข่จัดเป็นอาหารที่มีโปรตีนที่ช่วยให้ร่างกายสามารถสร้างคอลลาเจน ที่ช่วยเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ส่วนการเกิดรอยแผลเป็นนูน หรือ แผลคีลอยด์ ที่คนส่วนใหญ่พบเจอนั้นมักเกิดจากความไม่สมดุลกันของร่างกายที่สร้างคอลลาเ  จน ปริมาณมากเกินไป หรือบางคนอาจเกิดจากลักษณะกรรมพันธ์ที่ถ่ายทอดมา  ข้อห้ามในการทานอาหารหลังผ่าตัดนั้นมีดังนี้

  • เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะเป็นสิ่งที่แสลงตั้งแต่ปากยันรูทวาร เนื่องจากของมึนเมาเหล่านี้มีส่วนกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยจากส่วนต่าง ๆ และเข้าไปทำลายตับ
  • อาหารที่เสี่ยงต่อการเกิดอาหารแพ้ของคนไข้ เช่น อาหารทะเล บางคนรู้ตัวว่าแพ้อาหารบางชนิด การรับประทานแต่เพียงเล็กน้อย อาจส่งผลข้างเคียงตามมา และหลีกเลี่ยงการทานอาหารสุกๆดิบๆ รวมทั้งอาหารหมักดองควรงด เพราะในอาหาร อาจมีสารเคมีและสารพิษต่าง ๆ เจือปนอยู่ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายในระหว่างพักฟื้นบาดแผลได้เช่นกัน
  • งดการสูบบุหรี่ก่อนและหลังการผ่าตัด ควรงดสูบบุหรี่หรือเลิกสูบบุหรี่อย่างน้อย 4 สัปดาห์ ก่อนและหลังผ่าตัด เพราะสารที่อยู่ในบุหรี่จะไปทำลายเซลล์ที่จะซ่อมแซมการหายของแผล และมีผลทำให้เลือดที่จะมาหล่อเลี้ยงบริเวณผ่าตัดลดลง มีโอกาสทำให้ผิวหนังที่ผ่าตัดขาดเลือดหายช้า เสี่ยงต่อการติดเชื้ออีกด้วย
  • การรับประทานอาหารก่อนการผ่าตัด หากผ่าตัดโดยใช้การฉีดยาชาเฉพาะที่ ในบางครั้งไม่จำเป็นต้องงดอาหารและน้ำ เพียงแต่ให้รับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ สำหรับการผ่าตัดที่ต้องดมยาสลบหรือได้รับการฉีดยานำสลบ จำเป็นมากที่จะต้องงดอาหารและน้ำอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด เนื่องจากในระหว่างการผ่าตัดนั้นคนไข้อาจเกิดอาการสำลักเศษอาหารหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปเข้าปอดได้ แพทย์จึงให้งดอาหารก่อนการผ่าตัดทุกครั้ง
  • ทานอาหารเสริมมากเกินไป ควรทานอาหารที่ได้จากธรรมชาติมากกว่าอาหารเสริมที่ขายตามท้องตลาด เพราะคุณค่าทางอาหารมากมาย แต่อาจส่งผลกระทบต่อแผลผ่าตัดได้เช่นกัน ดังนั้นหากไม่แน่ใจควรเลือกรับประทานอาหารเสริมที่ได้จากธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ที่สุกหรือควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • ตรวจเช็คความพร้อมของร่างกาย ในการผ่าตัดแพทย์ต้องมีการตรวจเช็คความพร้อมของร่างกายผู้ป่วยอยู่เสมอ ทั้งโรคประจำตัว การรับประทานยา โดยเฉพาะยากลุ่มแอสไพริน ยาแก้ปวด เช่น Ibuprofen Diclofenac ฮอร์โมน วิตามิน และสมุนไพรต่าง ๆ ควรหยุดทานยาประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนการผ่าตัด แต่หากเป็นยารักษาความดันและเบาหวานรับประทานได้ตามปกติไม่ต้องหยุดยา ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ที่ให้ยาก่อนทุกครั้ง