ข้อดีของนักเตะ Box to Box

login 4 ball news

(รูปจาก fosmedia)

ในโลกฟุตบอล ตำแหน่งในสนามไม่ได้ถูกจัดกลุ่มแค่ ผู้รักษาประตู-กองหลัง-กองกลาง-กองหน้า ในแต่ละตำแหน่งก็ถูกแบ่งประเภทย่อยตามวิธีการเล่นและเรียกชื่อตามประเทศนั้น ๆ บางประเภท เช่น Libero (Sweeper) หายไปจากโลกฟุตบอล บางประเภทถูกเปลี่ยนชื่อ เช่น Outside Forward เป็น Winger, Inside Forward เป็น Second Striker (หน้าต่ำ) บางประเภทเกิดขึ้นใหม่ เช่น Sweeper Keeper, Deep-lying Playmaker, Inverted Winger, False-9, Box to Box midfielder

ข้อดีและข้อเสียของการใช้ Box to Box การมีกองกลางประเภทนี้ทำให้ฟุตบอลมันถูกเชื่อมโยงตลอดเวลาและรวดเร็ว ทำให้กลางรุกและห้องเครื่องของทีมใช้ศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ตัวอย่างชัดเจนคือ ยูเวนตุสยุคที่มี Arturo Vidal, Andrea Pirlo, Paul Pogba คุมแดนกลาง Pirlo คือ Deep-lying midfielder สร้างสรรค์และควบคุมจังหวะทีม, Pogba สร้างสรรค์้เกมรุกให้กองหน้า, และมี Vidal ปกป้อง Pirlo และสนับสนุน Pogba และยังสามารถขึ้นไปทำประตูเองได้ด้วย ในขณะเดียวกัน Box to Box ก็สามารถกลายเป็นจุดอ่อนของทีมได้ หากนักฟุตบอลคนดังกล่าวเป็นประเภทเสียบอลง่าย ไม่เข้าใจจังหวะเกม ทีมที่ใช้ Box to Box แบบนี้ก็เตรียมตัวโดนโดนโต้กลับจากจุดอ่อนจุดนั้นได้ตลอดเวลา และมีสิทธิที่จะโดนแบบรวดเดียวถึงกรอบเขตโทษเลยด้วย อีกข้อเสียคือการใช้กองกลางนักวิ่งมากกว่าหนึ่งคนในสนาม อาจทำให้ทีมเสียสมดุล กรณีตัวอย่างคือทีมชาติอังกฤษชุดที่ผู้จัดการทีมคนแล้วคนเล่าพยายามให้ Steven Gerrard และ Frank Lampard เล่นด้วยกัน

กองกลาง Box to Box ไม่ได้ถูกแบ่งประเภทอย่างชัดเจน ทั้งนี้เราสามารถแยกความแตกต่างได้ตามลักษณะการเล่น เช่น Gerrard เป็นประเภทไดนาโม เขาชอบตัดเกมและพาบอลขึ้นไปจบสกอร์เองและยังวิ่งไปทั่ว เรียกบอลทั้งสนาม ประเภทนี้เป็นทั้งประโยชน์และโทษในเวลาเดียวกัน ต้องการผู้จัดการทีมที่เก่งเช่น Benitez ที่ช่วยให้เขาวิ่งอย่างมีจุดหมายมากขึ้น N’Kolo Kante มีหน้าที่แย่งบอลเป็นหลักสมัยเล่นให้ Antonio Conte แต่ดูเหมือนจะได้โชว์เกมรุกมากขึ้นเมื่อเปลี่ยนเป็น Maurizio Sarri