ขอจงศัทธา แล้ว มาเนคนเดิมจะกลับมา

การโชว์ฟอร์ม อันร้อนแรงของ ซาดิโอ มาเน เมื่อซีซั่นที่แล้วจนสามารถคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมมาได้ แต่อย่างไรก็ตามเขานั้นถูกลืมไปเพียงชั่วข้ามคืนเพราะว่าอาการบาดเจ็บที่เขาได้รับ

ในช่วงต้นฤดูกาลมาเน่ ออกสตาร์ทได้อย่างร้อนแรงด้วยการทำ 3ประตู เรียกได้ว่าฟอร์มนั้นพุ่งสุดๆ ต่อเนื่องจากฤดูกาลที่แล้ว แต่ด้วยความโชคร้ายของเขา จากการโดนไล่ออกในนัดที่ 4 เมื่อพบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ บวกกับอาการบาดเจ็บของเขาที่แฮมสตริง ทำให้เขานั้นเข้าสู่หนทางของความมืดมน และหลังจากการสะดุดในสครั้งนั้น ทำให้ฟอร์มของเขาถอยหลังอย่างเห็นได้ชัด ทั้งจังหวะการเล่นและสภาพจิตใจ เขานั้นไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีดั่งใจ เห็นได้ชัดจากจังหวะที่จับบอล บางจังหวะก็ไม่เด็ดขาด และทำให้เพื่อนร่วมทีมเสียจังหวะอยู่หลายหน  บางคนวิเคราะห์ว่าตัวเขานั้นอาจจะกำลังอิจฉาฟอร์มอันร้อนแรงของ โม ซาล่าห์ หรือว่าอีกอย่างคือการที่เขานั้นไม่มีความสุขกับการที่ถูกจับให้ไปเล่นเป็นศูนย์หน้าด้านซ้ายก็เป็นได้ แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มาเน่นั้นไม่อาจเรียกฟอร์มระดับเทพของเขากลับคืนมาได้คือ ความเชื่อมั่นของเขา

แต่เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างราบรื่น เขาจะกลายมาเป็นศูนย์หน้าที่มีพลังการทำลายล้างสูงที่สุดคนหนึ่งในยุโรป แต่เมื่ออะไรก็ไม่เป็นใจ ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่สามารถเค้นฟอร์มออกมาได้เลย  คล็อป  สามารถสัมผัสความรู้สึกนั้นได้หลังจบเกมส์ดาร์บี้แมทช์เสมอกับ เอฟเวอร์ตันไป 1-1 เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ในจังหวะที่มาเน่หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษพร้อม อ๊อกซ์เล็ด-แชมเบอร์เลน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่รออยู่เสาไกล แต่เจ้าตัวตัดสินใจยิงเข้าไปเพื่อทำประตู ปรากฎว่าบอลแฉลบออดกไปอย่างหน้าเสียดาย แทนที่จะปาดเข้ากลางทั้งๆที่มีเพื่อนรออยู่ถึง 2 คน คุณไม่สามารถคิดถึงความผิดพลาดของคุณได้ตลอดเวลาหรอก เพราะมันไม่สามารถลืมสิ่งดีๆ ที่คุณเคยทำไว้ได้เช่นกัน คล็อป กล่าว