การรับประทานมะพร้าวในแต่ละวันของคนเรา

การรับประทานมะพร้าวในแต่ละวันของคนเรา

มะพร้าว เป็นผลไม้ที่คู่กับคนไทยมาช้านาน ดังนั้นเราจึงคุ้นเคยกับเมนูต่างๆ ที่ทำมาจากเนื้อมะพร้าวน้ำมะพร้าวและกะทิ ที่นำมาประกอบเป็นเมนูอาหารไทย และขนมไทยกันมากมาย จึงมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการเลือกทานผลิตภัณฑ์ ที่ทำมาจากราคามาฝากกัน แต่ละส่วนของมะพร้าวนั้นให้สารอาหารที่แตกต่างกัน น้ำมะพร้าว จัดเป็นสารอาหารประเภทผลไม้ คือให้สารอาหารประเภทน้ำตาลเป็นหลัก และยังมีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลายตัว

เช่นโพแทสเซียมแมกนีเซียม โซเดียม โดยน้ำมะพร้าว 1 ลูกให้พลังงานเท่ากับการทานข้าวครึ่งทัพพี ส่วนเนื้อมะพร้าวกะทิ และน้ำมันมะพร้าวนั้น จัดเป็นสารอาหารประเภทไขมัน ด้วยน้ำกะทิ 1 ช้อนโต๊ะให้พลังงานเท่ากับการทานข้าวสวย 1 ทัพพี ไขมันที่เป็นองค์ประกอบที่อยู่ในตัวเนื้อมะพร้าว กะทิ และน้ำมันมะพร้าว นั้นประกอบไปด้วยไขมันอิ่มตัวเป็นหลัก หากบริโภคไขมันอิ่มตัวมากเกินไป อาจจะก่อให้เกิดโรคหัวใจ โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคไตได้ และมีพลังงานที่สูง

ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคอ้วนได้ด้วยค่ะอย่างไรก็ตามในเนื้อมะพร้าว กะทิ และน้ำมันมะพร้าว มีประโยชน์ช่วยในการลดอาการท้องผูกค่ะเนื่องจากมีองค์ประกอบของน้ำมันพืช เรียกว่า nct ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบายท้อง นอกจากนั้นยังมีสารลดการอักเสบในร่างกายได้ด้วย จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว มีทั้งโทษและประโยชน์ ดังนั้นการที่เหมาะสมก็จะช่วยให้ได้ประโยชน์มากกว่า

คำแนะนำในการทานคือ สำหรับน้ำมะพร้าวสามารถทาน โดยใช้โควตาการทานผลไม้วันละ 3 ส่วนต่อวันส่วนการทานเนื้อมะพร้าวกะทิ และน้ำมันมะพร้าว ใช้โควตาของน้ำมันไม่เกิน 60 บาทต่อวัน และควบคุมปริมาณไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะเท่ากับก้านน้ำเกลือที่ไม่เกิน 4 ช้อนโต๊ะต่อวัน หรือเนื้อมะพร้าวขนาด 2 คูณ 2 นิ้ว 1 ชิ้นต่อวันซื้อน้ำมันมะพร้าวไม่เกิน 3 ช้อนชาต่อวัน โดยให้เลือกทานแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งจริงๆแล้วคนไทยผูกพันกับแกงกะทิ และขนมไทยที่ทำจากกะทิมายาวนาน

ดังนั้นอาจเป็นการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะไม่ทานอาหารเหล่านี้ให้ง่ายๆเพื่อให้เราทำกะทิได้น้อยลงแทนการทานส่วนที่เป็นมากกว่า การที่จะซดน้ำกะทิจะหมดชาม เช่นเดียวกันจากการทานขนมหวาน เราควรเลือกทานส่วนที่มีองค์ประกอบของกะทิให้น้อยลง