การตรวจ MRI คืออะไร

login 4 health

MRI คือ การตรวจด้วยเครื่องสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ใช้ในการตรวจวินิจฉัยรอยโรคของผู้ป่วย เพื่อนำมาใช้ในการรักษา และติดตามผลการรักษา เมื่อผู้รับการตรวจเข้าไปอยู่ภายใต้สนามแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องจะส่งสัญญาณคลื่นวิทยุที่มีความถี่จำเพาะ เข้าไปกระตุ้นระบบอวัยวะที่จะตรวจ เมื่ออวัยวะนั้นๆ ถูกกระตุ้น จะมีการเปลี่ยนแปลงระดับพลังงานที่เรียกว่า การกำทอน หลังจากหยุดกระตุ้นแล้ว อะตอมในร่างกายมีการคายพลังงาน จะมีอุปกรณ์รับสัญญาณที่ได้ออกมา จากนั้นแปลงเป็นสัญญาณภาพบนจอภาพ

วิธีการตรวจร่างกายด้วย MRI ผู้ป่วยต้องเข้าไปนอนในเครื่องคล้ายอุโมงค์ มีความกว้างประมาณ 60 เซนติเมตร และจะมีการใส่อุปกรณ์รับสัญญาณภาพ โดยจะมีลักษณะที่แตกต่างไป ขึ้นกับระบบอวัยวะที่ต้องการตรวจ และต้องนอนในอุโมงค์อย่างน้อย 30 นาที ถึงชั่วโมง การตรวจจะแบ่งเป็นชุดๆ ในแต่ละชุดใช้เวลานาน 3-5 นาที โดยประมาณ แต่ก็ขึ้นอยู่กับอวัยวะที่จะตรวจด้วย เพราะใช้เวลาไม่เท่ากัน

ข้อดีของ MRI
– สามารถให้ภาพที่แยกความแตกต่างระหว่างเนื้อเยื่อต่างๆ ได้ชัดเจน
– สามารถใช้ตรวจได้ทุกระบบของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ไม่ใช่กระดูก หรือพวกเนื้อเยื่อต่างๆ
– มีเทคนิคการตรวจพิเศษหลายแบบ เช่น การตรวจสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะสมองขาดเลือดแบบเฉียบพลัน เป็นต้น
– ร่างกายของคนไข้ไม่เจ็บปวด และไม่มีอันตรายใดๆ ตรวจได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ข้อเสียของ MRI
– มีค่าใช้จ่ายสูง
– การตรวจ MRI หนึ่งครั้ง จะเป็นการตรวจระบบอวัยวะหนึ่งระบบ เช่นการตรวจสมอง จะแสดงภาพของเนื้อเยื่อสมอง และอวัยวะอื่นๆ บริเวณสมอง จะไม่สามารถเห็นอวัยวะบริเวณช่องอกหรือช่องท้องได้

การตรวจ MRI นั้นเหมาะกับการตรวจอวัยวะต่างๆ โดยละเอียด เพราะช่วยให้เห็นความผิดปกติของอวัยวะนั้นๆ ได้โดยละเอียด และสามารถตรวจได้หลายส่วนด้วย แต่การตรวจแต่ละครั้งต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ก่อนว่าควรตรวจอวัยวะในส่วนไหนก่อน เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการตรวจมากที่สุด